LUPIN

LUPIN

LUPIN

LUPIN

รีวิวซีรีย์ที่ควรต้องดูสักครั้งในชีวิต LUPIN จอมโจรสุภาพบุรุษ อาร์แซน ลูแปง กับการโจรกรรมสุดอัจฉริยะ

สุภาพบุรุษจอมโจรอย่างอัสซาน จ็อป ผู้มีวีรกรรมของอาร์แซน ลูแปงเป็นแรงบันดาลใจ ขอออกโรงชำระหนี้แค้นกับตระกูลเศรษฐีแทนผู้เป็นพ่อที่กลายเป็นเหยื่ออธรรม

อัสซาน จ็อปผู้ได้รับแรงบันดาลใจจากวีรกรรมของสุภาพบุรุษจอมโจรอาร์แซน ลูแปง ตั้งใจแก้แค้นให้พ่อที่ได้รับความอยุติธรรมจากครอบครัวที่มั่งคั่ง 

เรื่องย่อซีรีส์ LUPIN

Lupin หรือลูแปง สุภาพบุรุษจอมโจร เวอร์ชั่นนี้เป็นผลงานซีรีส์ Netflix ฝรั่งเศสที่นำ อาร์แซน ลูแปง ของ มอริส เลอบล็อง นักเขียนชาวฝรั่งเศส มาต่อยอดสร้างเป็นเรื่องใหม่ โดยหยิบเอาเรื่องพื้นฐานความนิยมของลูแปงดั้งเดิมที่มีแฟนๆ รู้จักจำนวนมากในโลก มาสร้างให้เสมือนตัวเอกจากนิยายเรื่องนี้มีตัวตนจริงๆ ขึ้นมาในเรื่อง โดยใช้ประโยชน์จากเรื่องที่ลูแปงไม่เคยถูกจับได้ ดังนั้นเขาจึงเป็นใครก็ได้ และก็ไม่ได้ต้องชื่อลูแปงจริงๆ ก็ได้ ซึ่งก็คือ “อัสซาน” ตัวเอกในเรื่องนี้ที่มีความสามารถในการโจรกรรม ความสามารถปลอมแปลงโฉม และไหวพริบในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างอัจฉริยะ ไม่ต่างอะไรกับลูแปงในนิยายเลยแม้แต่น้อย ยกเว้นเพียงแค่ว่าเขาเป็นคนผิวดำเท่านั้น

เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นหูกับชื่อจอมโจรผู้มีชื่อเสียงโด่งดังกระฉ่อนโลก จากวรรณกรรมแนวลึกลับที่บอกเล่าถึงจอมโจรอัจฉริยะที่ใช้คราบสุภาพบุรุษอย่าง “อาร์แซน ลูแปง” ที่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วเขาเป็นใครกันแน่ เพราะเขาเชี่ยวชาญเรื่องการปลอมตัว ในภารกิจปล้นแต่ละครั้งจะผ่านกระบวนการคิดและวางแผนอย่างเป็นระบบ เขามักทำงานคนเดียว บุคลิกของลูแปงกลายเป็นฉบับต้นแบบในการสร้างแรงบันดาลใจให้กับอีกหลายวรรณกรรมแนวเดียวกัน 

Netflix ได้หยิบยกเรื่องราวระดับตำนานของเขามาสร้างเป็นซีรีย์ให้พวกเราได้รับชมกัน บอกเล่าเรื่องราวของ “ฮัสซัน” ชายผิวดำที่แฝงตัวเข้าไปเป็นพนักงานทำความสะอาดในพิพิธภัณฑ์ลูฟว์ โดยที่ไม่มีใครอาจคาดเดาได้ว่าแท้จริงแล้วเขากำลังวางแผนการชิงสร้อยพระศอของพระนางมารีอังตัวเนต ซึ่งได้หายสาบสูญไปจากครอบครัวเพลลิกรินีกว่า 25 ปี แต่ในที่สุดมันก็ถูกค้นหาจนเจอ และกำลังจะถูกนำมาประมูลในไม่กี่วันนี้ ซึ่งชายหนุ่มก็มีอดีตที่แสนร้าวรานกับครอบครัวนี้ แน่นอนว่าการปล้นสิ่งที่มีมูลค่าสูงขนาดนี้ต้องทำด้วยความรัดกุม ต้องมาดูกันว่าความจริงจะถูกเปิดโปงหรือไม่ และเขาจะหลบอยู่ในเงามืดได้นานสักแค่ไหน

จากเนื้อเรื่องซีรีส์ Sweet Home

ลูแปงเวอร์ชั่นนี้เริ่มต้นการเลียนแบบเรื่องราวการโจรกรรม สร้อยเพชรสมเด็จพระราชินีแห่งฝรั่งเศส (The Queen’s Necklace: The Arsène Lupin) ซึ่งอัสซานได้ปลอมตัวเข้าไปในงานประมูลของพิพิธภัณฑ์ลูฟวร์  และวางแผนหลอกใช้โจรที่เขาล่อลวงให้มาร่วมแผนโจรกรรมครั้งใหญ่นี้ แต่กลายเป็นว่านี่คือจุดเริ่มต้นของการสืบหาความจริงในอดีตเกี่ยวกับพ่อของอัสซาน ที่ถูกนายจ้างใส่ร้ายว่าขโมยสร้อยเพชรเส้นนี้ไป และต้องพบจุดจบในเรือนจำตั้งแต่เขาอายุเพียง 14 ปี จนปัจจุบันผ่านมา 25 ปีเขาก็ยังไม่ลืมเรื่องนี้ และจากหนังสือลูแปงที่เขาได้รับมาจากพ่อ ก็กลายเป็นแรงบันดาลใจให้เขาใช้ชีวิตผจญภัยในคราบจอมโจรแบบเดียวกับลูแปงตั้งแต่นั้นมาเช่นกัน แต่ชีวิตส่วนตัวลับๆ นี้ก็ทำให้ชีวิตคู่ของเขามีปัญหาจนถึงขั้นแยกทางกับภรรยาและลูกชายคนเดียวด้วยเช่นกัน

แต่หลังจากตอนแรกไปเนื้อเรื่องจะถูกดึงเข้าสู่เรื่องราวการสืบสวนคดีในอดีต ซึ่งระหว่างที่ลูแปงในปัจจุบันกำลังตามรอยความไม่ชอบมาพากลของสร้อยเพชรเส้นนี้ ตัวเรื่องจะแฟลชแบ็คสั้นๆ ตัดสลับกับปัจจุบันย้อนไปยังช่วงเวลาที่เขาอายุ 14 ยังเด็ก และก็ค่อยๆ ให้เห็นที่มาที่ไปทั้งหมด ทั้งคดีที่เกิดกับพ่อ การตายของพ่อ ชีวิตในวัยเรียนของเขา และชีวิตรักซึ่งเปิดเรื่องมาเราก็จะได้เห็นว่าเขามีภรรยาที่แยกทางกันแล้วกับลูกชาย 1 คน ซึ่งชีวิตทุกด้านของอัสซานจะค่อยๆ ถูกเล่าเพิ่มมาเรื่อยๆ ในแต่ละตอน จนค่อยๆ ประกอบเป็นเรื่องราวเชื่อมต่อกับปัจจุบันว่าทำไม เขาถึงมาใช้ชีวิตในแบบลูแปงในปัจจุบัน โดยมีเพื่อนสนิทคนหนึ่งที่เปิดร้านขายวัตถุโบราณของมีค่าบังหน้า แต่อีกด้านหนึ่งก็ช่วยเหลืออัสซานกับงานโจรกรรมไปในตัว มีทั้งขายของที่ขโมยมา ทำของเลียนแบบ ตรวจสอบของมีค่าว่าเป็นของจริงหรือไม่ ซึ่งก็เหมือนคู่หูลับๆ ของเขา และก็มีเรื่องราวที่มาที่ไปแฟลชแบ็คแทรกมาให้เห็นด้วย

ในอีกด้านก็เป็นเรื่องราวของฝั่งตำรวจ ที่มักโดนอัสซานปั่นหัวทุกตอนจากการตามรอยเพชรที่ถูกขโมยไป โดยมีนายตำรวจ “ยูสเซฟ” ที่คลั่งไคล้ในนิยายลูแปงเพียงคนเดียวเชื่อว่า โจรที่ขโมยเพชรไปคือลูแปงตัวจริง และก็พยายามเชื่อมโยงหลักฐานที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดเข้ากับนิยายลูแปง แต่กลายเป็นว่าไม่มีใครเชื่อเขาสักคน และก็กลายเป็นตัวตลกในที่ทำงานไป ซึ่งบทของยูสเซฟนี้แม้ไม่ได้ออกมามาก แต่ก็เป็นส่วนช่วยเสริมให้เรื่องราวลูแปงดูมีตัวตนเป็นจริงได้มากขึ้น ซึ่งบทของยูสเซฟนี้จะถูกนำมาเป็นตอนจบของซีซั่น เมื่อเขาได้มาเจอกับลูแปงตัวจริงที่เขาตามหา และก็น่าจะเป็นตัวละครสำคัญมีบทมากกว่านี้ในซีซั่นต่อไป ซึ่งเรื่องค่อนข้างพาอัสซานไปจนถึงจุดตันของการสืบสวนในคดีการตายของพ่อแล้ว

  • มีการเล่าถึงอดีตด้วยการฉายแฟลชแบล็กที่เข้ากับเส้นเรื่องปัจจุบัน ไม่มีความน่าเบื่อในการเล่าเรื่อง ดำเนินเรื่องค่อนข้างเร็ว เทคนิคการถ่ายทำทำออกมาได้สมกับที่เป็นซีรีย์แนวโจรกรรม เนื่องจากเต็มไปด้วยความน่าตื่นตาตื่นใจ และดึงดูดสายตาผู้ชมอย่างเราได้มาก รู้สึกประทับใจกับเทคนิคการเชื่อมซีนที่ซ้อนทับกันได้อย่างมีเอกลักษณ์ มุมกล้องมีความทันสมัย คะแนน SS1  7.5/10
รีวิวหนังเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม