รีวิว SOUL

รีวิว SOUL

เป็น decision ที่เด็ดขาดมากของ Disney” ที่นำแอนิเมชันของ Pixar อย่าง SOUL ลงสตรีมทาง “Disney+” ทั้งที่เป็น“movie program” ที่หวังด้านรายได้ได้เลยแต่ด้วย situation การระบาดของเชื้อไวรัส COVID 19 ที่ยังไม่มีแนวโน้มดีขึ้น Decision ดังกล่าวก็ถือว่าพอเข้าใจได้แต่กระนั้นสำหรับเมืองไทยหนังยังได้สิทธิ์ฉายโรงอยู่แต่ Promotion ก็นับว่าน้อยมากจนกลัวหลาย ๆ คนไม่ได้ดู ผมจึงขออนุญาตป่าว announce ความดีงามของหนังใน Review Edition” นี้แบบไม่มีกั๊กเลยแล้วกันนะครับ

เนื้อเรื่อง SOUL Joe (Jamie Fox) ครูสอนดนตรีต็อกต๋อยผู้รัก Jazz” เป็นชีวิตจิตใจและในวันหนึ่งที่เขาได้เข้าใกล้ความฝันด้วยการได้รับเลือกให้เป็นมือเปียโนประจำ jazz band ชื่อดังทว่าด้วยความโชคร้ายเขากลับประสบ Accident ไปก่อนเวลาอันควร จนspirit ของเขาได้ระเห็จไปยังหนทางสู่ปรโลกแต่เขาก็สามารถหนี destiny มาได้

แต่ดันไปโผล่ในดินแดนก่อนโลกและถูกเข้าใจผิดว่าเป็นวิญญาณพี่เลี้ยงจนได้จับคู่กับหมายเลข 22 (Tina Fey) ดวงวิญญาณอนุบาลที่ไม่อยากไปเกิดเป็น Man ทั้งสองจึงทำข้อตกลงกันว่าหากโจสามารถทำให้ number 22 หาเป้าหมายและได้สิทธิ์ไปเกิดบนโลกโจจะได้รับสิทธิ์กลับสู่ร่างตัวเอง แล้ว adventure ของทั้งสองก็เริ่มขึ้น

รีวิว SOUL

โดยประการแรกเลยคือ Pete Dr. ที่คราวนี้ขอดันเคมป์ เพาเวอร์สมาเขียนบทและกำกับร่วมได้สร้างโลกของ spirit ชีวิตก่อนและ after death ได้น่าสนใจมากที่สำคัญคือมันเกินจากสิ่งที่ศาสนาพร่ำบอกแค่เรื่อง good and evil” แต่มันตั้งคำถามระดับ Metaphysics อย่าง เราเกิดมาทำไม? ได้ชวนคิดและคล้อยตามมากซึ่งใน general movie โจอาจถูกปฏิบัติประหนึ่งฮีโร่ที่ล่าฝันและเอาชนะความตายกลายเป็น Musician ที่ประสบความสำเร็จ

ประการต่อมาขอขยายจาก first ว่าด้วยโลกหลังความตายอันนี้แม้ Surface มันจะเหมือนแอบลอกการบ้านงานเก่าอย่าง Inside Out มาบ้างแต่ด้วยองค์ประกอบและการลำดับการเล่าเรื่อง Master class มันกลับทำให้เราคล้อยตามและชวนคิดมากเพราะคราวนี้แทนที่จะสร้างทุกอย่างออกมาเป็น 3D เราเริ่มเห็นการออกแบบ Character ที่ดูเป็นนามธรรมมากขึ้นโดย structure จากศิลปะแนวแอ็บสแตร็ก (Abstract) ที่ลดทอนเหลือแค่เส้นสาย(จากภาพที่ออกมาเหมือนได้แรงบันดาลใจจากแนว ลัทธิเขียนภาพแบบเหลี่ยม ของ ปิกัสโซ)

รีวิว SOUL

ส่วนใครที่เชี่ยวชาญหรือสนใจ Philosophy อยู่แล้วก็จะไม่รู้สึกตะขิดตะขวงใจเลยแหละจะมีข้อเสียอยู่บ้างก็ตรงที่เรื่องราวและลีลา Storytelling ของมันอาจจะยิ่งห่างไกลจากการเป็นแอนิเมชัน for children ออกไปทุกทีนี่แหละครับ

ประการสุดท้ายนอกจาก visual work” และบทภาพยนตร์แล้ว งานเพลงของหนังก็นับว่ากล้าและท้าทายคนดูแอนิเมชันค่ายปราสาทและโคมไฟไม่น้อยเพราะคราวนี้ Pete Dr. เลือกใช้บริการ เทรนซ์ เรซเนอร์ และ แอตติคัส รอส จากวง เพ้นท์เล็บเก้านิ้ว ซึ่งโด่งดังจากการทำเพลงให้หนัง เครือข่ายสังคม ของ David Fincher ซึ่งคราวนี้มันก็ช่วยให้เรื่องราวของ SOUL ในส่วนที่เป็นโลกหลังความตายยิ่งลึกล้ำและภาคดนตรีของพวกเขาก็เสริมส่ง Atmosphere ของโลกดังกล่าวให้ยิ่งสมบูรณ์และเปี่ยมความหมายมากขึ้น

เอาล่ะแม้เราจะ start ว่าเราจะอวยหนังเรื่องนี้แบบไม่ลืมหูลืมตาแต่หากจะให้หา Disadvantages” มันก็ยังพอเห็นได้อยู่บ้างนะครับเช่นการที่หนังเปิด issue เรื่องความรักของโจไว้แต่ไม่สานต่อหรือเรื่องราวในอาชีพ music teacher ที่เชื่อว่าถ้า Pete Dr. จะทำหนังสั้นอีกซักเรื่องเกี่ยวกับโจในฐานะครูดนตรีเราก็ไม่ขัดข้องเลยแหละเพราะบอกได้เลยว่าการได้ดูเรื่องราวของครูโจแม้ช่วงสั้น ๆ ตอนต้นของหนังมันก็ Good for the heart” ไม่แพ้เรื่องราวส่วนที่เหลือเลย

ติดตามข่าวสารวงการภาพยนตร์ได้ที่ :: รีวิวหนังใหม่

รับชมตัวอย่าง : SOUL

error: Content is protected !!