รีวิวหนัง ภาพยนตร์ | Go Away Mr. Unknown ไสหัวไป นายส่วนเกิน

Go Away Mr. Unknown

          ภาพยนตร์เรื่อง “ไสหัวไปนายส่วนเกิน” ของค่ายหนังน้องใหม่ เบนเล่ย์ ฟิล์ม เตรียมเข้าโรงฉายในวันที่ 18 พฤศจิกายนนี้ ถือเป็นการแสดงร่วมกันครั้งแรกของ “มิน” พีชญา วัฒนามนตรี หลังผันตัวออกมาเป็นนักแสดงอิสระ และผลงานล่าสุดของ อนันดา เอเวอริงแฮม นักแสดงหนุ่มมากความสามารถที่ไม่ได้รับงานแสดงมานานหลายปี

โดย “สมเกียรติ วิทุรานิช” ผู้กำกับและคนเขียนบทภาพยนตร์เรื่องนี้ ได้กล่าวถึงการที่ 2 นักแสดงเบอร์ต้นของเมืองไทยมารับแสดงเรื่องนี้ถือเป็นสวรรค์ทรงโปรดอย่างแท้จริง เพราะบท “หมอกวินทร์” (อนันดา เอเวอริงแฮม) เป็นตัวดำเนินเรื่องและเป็นกุญแจสำคัญของเรื่อง ในฐานะคุณหมอที่จะมาเยียวยาทั้งโรคร้ายและดูแลหัวใจให้กับ “ผักกาด” นางเอกของเรื่อง แม้ในบางซีนบางฉากจะไม่มีบทพูด แต่ก็เป็นฉากที่ต้องใช้ความสามารถในการแสดง เพราะต้องแสดงออกทางสีหน้าแววตา อารมณ์ที่ถูกสื่อสารออกมาทำให้เรารับรู้ได้ว่านี้คือการแสดงของนักแสดงระดับแถวหน้าจริง ๆ

เรื่องย่อ ไสหัวไปนายส่วนเกิน

ไสหัวไปนายส่วนเกิน ภาพยนตร์แนวดราม่าที่เล่าถึงเรื่องราวของผู้ป่วยโรคมะเร็ง 

สิ่งที่ทุกคนต้องการเหมือนกันทุกคนอย่างแน่นอนก็คือเราล้วนแล้วแต่อยากให้ตัวเองมีสุขภาพที่ดี แต่ด้วยในปัจจุบันนี้มีโรคภัยไข้เจ็บเป็นจำนวนมากจนทำให้เราไม่รู้เลยว่าวันใดวันหนึ่งเราจะป่วยเป็นโรคอะไรขึ้นมา และโรคที่ไม่มีคนอยากเป็นมากที่สุดอันดับต้นๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นมะเร็ง เพราะมันเป็นโรคที่ถึงแม้ในปัจจุบันนี้จะสามารถรักษาจนหายขาดได้แต่ในบางรายที่โชคร้ายก็อาจจะต้องอยู่กับมันไปทั้งชีวิตหรือบางคนที่โชคร้ายกว่านั้นก็อาจจะต้องเสียชีวิตจากการป่วยโรคนี้

ไสหัวไปนายส่วนเกิน

ดังนั้นชีวิตของผู้ป่วยโรคมะเร็งส่วนใหญ่แล้วเราก็มักจะเห็นว่าเต็มไปด้วยความสิ้นหวังและเศร้าสร้อย แต่ไม่ใช่กับนางเอกในภาพยนตร์เรื่อง ไสหัวไปนายส่วนเกิน ภาพยนตร์แนวโรแมนติกดราม่าที่เล่าถึงเรื่องราวของผู้ป่วยโรคมะเร็ง นำแสดงโดย “อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม” และ “มีน พิชญา” ภาพยนตร์เรื่องสามารถเล่าเรื่องราวที่เต็มไปด้วยความหนักหน่วงให้ออกมาได้อย่างลงตัวและกลมกล่อม

"อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" และ "มีน พิชญา"

นำเอาเรื่องราวมาจากเรื่องจริงหรือของนักวาดการ์ตูนชาวจีนคนหนึ่งที่พบว่าตัวเองป่วยเป็นมะเร็งแต่ตัดสินใจที่จะใช้รอยยิ้มสู้กับสิ่งที่ตัวเองต้องเผชิญและเปลี่ยนมุมมองให้แตกต่างออกไป มันกลายมาเป็นเรื่องราวที่สร้างแรงบันดาลใจให้กับคนไปทั่วทั้งโลก ดังนั้นภาพยนตร์เรื่องนี้จึงกลายเป็นภาพยนตร์แนวฟีลกู๊ดที่ทำให้เรารู้สึกอยากร้องไห้ได้แทบจะตลอดเวลาที่รับชม

"อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม" และ "มีน พิชญา"

ไสหัวไปนายส่วนเกิน เล่าถึงเรื่องราวของหญิงสาวที่มีชื่อว่า “ผักกาด” เธอเป็นกราฟฟิกดีไซเนอร์หน้าตาดีที่ประสบความสำเร็จในชีวิตอย่างงดงาม แต่พอชีวิตก้าวเข้าสู่วัย 25 ปี เบญจเพสก็เล่นงานเธอทันทีด้วยการต้องออกจากงานเพราะดันมีปัญหากับหัวหน้า จากนั้นไม่นานเธอก็พบว่าแฟนหนุ่มที่คบกันมานานดันนอกใจไปมีคนอื่น แต่เรื่องราวของเธอยังไม่เลวร้ายเท่ากันที่เธอต้องพบว่าตัวเองนั้นป่วยเป็นโรคที่ไม่คาดคิดมาก่อนนั่นก็คือโรคมะเร็ง

"ผักกาด"

ชีวิตของหญิงสาววัย 25 ปีจึงพังทลายลง แต่ท่ามกลางวิกฤตชีวิตมันทำให้เธอนั้นได้ค้นพบกับความรักที่อยู่รอบตัวเธอมาโดยตลอดไม่ว่าจะเป็นครอบครัวหรือเพื่อนที่พร้อมจะอยู่เคียงข้างเธอเสมอไม่ว่าจะเป็นตอนหัวเราะหรือร้องไห้ก็ตาม นอกจากนี้อาการป่วยยังทำให้เธอได้พบกับ “หมอกวิน”

"หมอกวิน"

หมอหนุ่มหน้าตาดียิ้มยากที่เธอแอบชอบตั้งแต่พบกันครั้งแรก และดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของเธอกับหมอจะไปได้ดีเสียด้วย แต่นับวันอาการป่วยของเธอก็ยิ่งแย่ลงไปจนทำให้เธอนั้นต้องตัดสินใจลุกขึ้นมาสร้างแรงบันดาลใจให้กับตัวเองด้วยการมองโลกในแง่ดีและส่งต่อพลังงานบวกให้กับคนรอบข้างให้ได้มากที่สุด 

จากเนื้อเรื่อง ไสหัวไปนายส่วนเกิน

ไสหัวไปนายส่วนเกิน เป็นเรื่องราวของ “ผักกาด” กราฟฟิคดีไซเนอร์สาวกับเรื่องราวพัง ๆ ที่ดันแห่มาพร้อมกันในวันเกิดเบญจเพสของเธอ ทั้งต้องออกจากงานเพราะงัดกับหัวหน้า ตามมาติด ๆ กับอาการอกหักเมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่มนอกใจ และที่พีคสุดคือรู้ว่าตัวเองกำลังเผชิญกับโรคร้ายที่คาดไม่ถึง

ผักกาด

แต่ท่ามกลางเรื่องพัง ๆ ที่กำลังถาโถม “ผักกาด” กลับได้ค้นพบความรักดี ๆ ที่อยู่รายรอบตัวเธอ ทั้งได้ใกล้ชิดกับหมอหนุ่มยิ้มยากที่เธอแอบปิ๊งอย่าง “หมอกวินทร์” และกำลังใจจากครอบครัวและแก๊งเพื่อนซี้ที่พร้อมจะหัวเราะและร้องไห้อยู่เคียงข้างเธอเสมอ และเพราะความรักที่เธอได้รับ ผักกาดพร้อมแล้วที่จะไม่ยอมแพ้ พอกันทีกับความเศร้า ขอลุกขึ้นมาทำสิ่งดีๆ เพื่อส่งต่อพลังบวกให้กับคนอื่นด้วยเช่นกัน

หมอกวินทร์

เป็นหนังที่เกี่ยวข้องกับนายทุนจากเมืองจีนแน่ ๆ เพราะโครงเรื่องหลักของหนังเรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจมาจากเค้าโครงเรื่องจริงของนักวาดการ์ตูนสาวชาวจีน “ฉงตุ้น” ที่พบว่าตัวเองป่วยเป็นโรคมะเร็ง แต่เลือกที่จะใช้มุมมองแตกต่างและรอยยิ้มในการสู้กับความมืดมิด กลายเป็นหนึ่งเรื่องราวที่เคยสร้างแรงบันดาลใจทั่วแผ่นดินใหญ่มาแล้ว

ฉงตุ้น

ทางด้านนักแสดงสมทบคนอื่น ๆ ที่หนังโยนใส่เข้ามา ก็แทบจะไม่ได้เป็นที่จดจำอะไรเลย เพราะหนังลืมที่จะใส่ใจและใส่รายละเอียดของพวกเขาไปสักหน่อย ไม่เพียงเท่านั้น ไสหัวไปนายส่วนเกิน ก็ยังมีบรรดานักแสดงรับเชิญยอดฝีมือโผล่มาประปราย ที่แน่นอนว่าแต่ละฉากที่พวกเขาโผล่มาช่างทรงพลังจริงๆ แต่ก็เกิดคำถามขึ้นตามมาว่า เอาพวกเขามาทำไม เพราะช่างดูเป็นตัวละครส่วนเกินของหนังไปเลย

นักแสดงสมทบคนอื่น

ในองค์ประกอบด้าน Segment ของหนังก็ยังติดขัดอยู่หลาย ๆ จุด โดยเฉพาะความพยายามยัดเยียดใส่ฉากจินตนาการ ของนางเอกใส่เข้ามาเรื่อยๆ ที่กลายเป็นจุดที่ตัดโทนอารมณ์คนดูไปอย่างน่าเสียดายในบางครั้ง ดำเนินเรื่องไปกำลังได้สวยๆ ก็ตัดโยนเข้ามาสู่โลกซอมบี้เพ้อ ๆ ที่นางเอกสร้างขึ้นมา ที่ก็นับว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ไม่รู้จะใส่เข้ามาทำไม ดูไม่จำเป็นและไม่เข้าพวกเสียด้วยซ้ำ

Segment

ไสหัวไปนายส่วนเกิน กลายเป็นหนังที่ช่างจืดชืด พยายามบิวต์อารมณ์คนดูด้วยการเอาประเด็นอาการป่วยโรคร้ายมาเป็นตัวหลัก พยายามที่จะขยี้อารมณ์และเค้นน้ำตา ที่แน่นอนว่าอาจจะเข้าถึงกับผู้ชมบางส่วน แต่เหมือนมามองดูภาพรวมกับองค์ประกอบแสนยุ่งเหยิงของหนังเรื่องนี้ ก็พลอยทำให้หลั่งน้ำตาอินตามตัวละครหลักไม่ลงไปเลยจริง ๆ

  • หนังเต็มไปด้วยความพยายาม และเมื่อพยายามมากเกินไป จึงทำให้หลายๆ องค์ประกอบดูไม่สมูทและสมจริง เต็มไปด้วยการประดิษฐ์ประดอยที่ชวนขัดใจ อีกทั้งการเล่าเรื่องของหนังก็ช่างราบเรียบ เป็นหนังที่ดูแล้วรู้สึกเหมือนอยู่บนกราฟเส้นตรงที่ไม่มีอะไรชูเด่นขึ้นมาได้เลย แม้ว่าจะมีทีมแคสติ้งที่น่าสนใจและชวนติดตาม แต่พวกเขาถูกกลบมิด เพราะหนังพยายามบิวท์อาการป่วยโยนใส่คนดู คะแนน 5/10

รับชมตัวอย่างหนัง : ไสหัวไป นายส่วนเกิน

ติดตามข่าวสารหนังเพิ่มเติม : รีวิวหนัง

รีวิวหนังเรื่องอื่น ๆ เพิ่มเติม