ผู้กำกับ SLR เผย ความท้าทายขั้นสุด บททดสอบของหนัง Horror สายเลือดไทย

ผู้กำกับ SLR เผย ความท้าทายขั้นสุด บททดสอบของหนัง Horror สายเลือดไทย

ผู้กำกับ SLR เผย ความท้าทายขั้นสุด บททดสอบของหนัง Horror สายเลือดไทย

“แดน” (นนน-กรภัทร์) นักศึกษาหนุ่มคณะภาพถ่าย ที่สอบธีสิสกับอาจารย์เอมมาเป็นปีแล้ว แต่ยังไม่ผ่านเสียที จนในที่สุด อาจารย์เอมได้ให้กล้อง SLR ให้ถ่ายงานที่ดีที่สุดมาส่ง แดนกำลังจะค้นพบว่า มันเป็นบททดสอบของกล้องปีศาจ ซึ่งเขาไม่มีทางหนี 

นอกจากจะต้องเลือกว่าจะยอมตามมัน หรือจะสู้กับมัน และเขากำลังจะลากแฟนและเพื่อนของเขาอย่าง “น้ำ” (เฌอปราง) และ “เกรท” (นนท์-ศดานนท์) เข้ามาร่วมชะตากรรมอันน่าสะพรึงกลัว ซึ่งรายล้อมไปด้วยความตายจากกล้องนรกนี้ด้วย

ผู้กำกับ มาร์ค-เลิศศิริ บุญมี

จุดเริ่มของ SLR ทราบว่ามาจากมาร์คเลย

ผมเป็นคนชอบดูหนังตั้งแต่ยังเด็กเลย ติดตามทุกแนว ผมเรียนจบด้านฟิล์มที่ New York Film Academy จนตอนกลับมาทำงานที่เมืองไทยได้มีโอกาสเจอ คุณเอ็ด เป็นคนรักหนังเหมือนกันจนเกิดภาพยนตร์เรื่องแรกอย่าง “หลง” ฉายทางทรู ออริจินอล เมื่อปี 2012

จาก “หลง” มาสู่ “SLR” ระยะเวลาค่อนข้างนาน ทำไมถึงยังใจจดใจจ่อกับเรื่องนี้

ระหว่างที่รอการทำหนัง ผมก็ทำงานทั่วไปของผมอยู่เรื่อย งานหนังเป็น Passion คนอื่นอาจเอาเวลาว่างไปปาร์ตี้หรือทำอย่างอื่น แต่สำหรับผมและเอ็ดเราหลงใหลงานภาพยนตร์ เป็นความสุขของเราจริง ๆ ถ้าเราไม่ทำก็จะคาใจไปเรื่อย ๆ

ทำไมเรื่องที่ 2 ถึงเลือกทำแนวสยองขวัญ

ผมอยากเสนออะไรที่อยู่ในประเภทสยองขวัญที่ไม่ใช่แนว cliché (ทั่วไป)หรือ cookie-cutter (ซ้ำซาก) ก็เลยอยากเสนอไอเดียการทดสอบตัวเอง อาจมีเรื่องของการสะท้อนในสิ่งที่ตัวเองต้องการอะไรรวดเร็ว take shortcut  หาทางลัดในชีวิต แต่เรามาในรูปแบบของกล้อง SLR ที่จะมาขโมยชีวิตของคุณไป

นิยามของ “SLR”

ตรงตัวเลยคือ Single Lense Reflex  ใช้กล้อง SLR ตัวผมเจอเรื่องนี้ด้วยตัวเองคือ อาม่าไม่ยอมให้ผมถ่ายรูปในงานแต่งงาน ท่านให้เหตุผลว่าเดี๋ยวพลังของฉันจะหาย ตอนนั้นเราก็ตกใจว่าฉันทำอะไรผิด แต่ความเชื่อก็คือความเชื่อ มันอาจดูดพลังไปได้

ผมกับเอ็ดเลยมานั่งคิดกันว่าถ้าเราคิดในเชิงวิทยาศาสตร์ กล้องก็คือกล่อง ๆ หนึ่งที่เก็บภาพ ภาพคือแสง แสงคือพลัง แสดงว่าพลังของเราส่วนหนึ่งได้ถูกเก็บในแผ่นฟิล์มไปแล้ว เลยมาเป็น SLR กล้องที่สะท้อนตัวเองเข้าไปและไปเก็บในฟิล์ม

ทำไมถึงเลือก นนน/เฌอปราง,ศดานนท์ และ อ้น มาเล่นเรื่องนี้

ก่อนจะได้ 4 คนนี้ ผมเจอนักแสดงหลายสิบชีวิตที่เก่งแตกต่างกันไป แต่สุดท้ายแล้วมาลงที่ 4 คนนี้ ผมตั้งสถานการณ์สมมติให้พวกเขาเล่น เอากล่อง ๆ หนึ่งให้เขาเลือกว่าคุณจะตายหรือไม่ตาย ซึ่งแต่ละคนก็มีความกระตือรืนร้นที่จะทำให้ได้

ผมได้เห็นการแสดงจริงของแต่ละคน อย่าง ศดานนท์ โชว์ออกมาแบบแนวตลกร้าย เขามอบอะไรให้เราได้เห็นโดยที่คาดไม่ถึงว่าเขาจะแสดงออกมาได้ และลองเล่นอีกแบบให้เราดูด้วย เขาสมควรแล้วที่จะได้รางวัลนักแสดงนำชายยอดเยี่ยม จากเวทีสุพรรณหงส์ 

ขณะที่เฌอปรางได้เห็นว่าเขาปล่อยให้ศดานนท์และนนนพูดไปก่อน แต่เขาไตร่ตรองอยู่ว่าจะทำยังไง แล้วพอเขาพูดออกมาดูมีน้ำหนัก ซึ่งผมกับเอ็ดก็พูดกันว่าเฌอปรางเหมาะมาก เพราะเขาเป็นที่จะต้องคอยช่วยให้ แดน (แสดงโดย นนน) หลุดพ้นจากหายนะครั้งนี้ คาแร็คเตอร์ของ น้ำ (เฌอปราง) ต้องเชื่อในแดนว่าแดนจะต้องทำได้ และเมื่อเพื่อนเจอปัญหาเขาต้องช่วยเขาคิดและหาทางออกให้ได้ ต้องเป็นทั้งเพื่อนที่ดีและกึ่งเป็นนักสืบในตัว และใช้เซนส์ในการค้นหาคำตอบ

คาแร็คเตอร์ “แดน” ของ นนน ต้องพิสูจน์ให้ครอบครัวและอาจารย์เห็นให้ได้ว่าเขาทำได้ อาจารย์ที่มอบโอกาสในชีวิตให้กับเขา ชีวิตของเขาต้องผ่านบททดสอบจิตใจ ต้องชั่งน้ำหนักตลอดเวลา มาถึงวันแรกที่เห็นบุคลิกของนนน เหมือนเขามาเพื่อทำให้ได้ ดูมั่นใจ ในส่วนของ อ้น-นพพันธ์ เขามาแบบ silence but deadly (เงียบแต่อันตราย) เขาไม่ได้มา fanfare (ประโคม) เขาตรงกับคาแร็คเตอร์ของอาจารย์เอมแบบครบเลย

พอมาทำสยองขวัญท้าทายไหม

ถ้าเราลองทำอะไรครั้งแรกในชีวิตมันก็ต้องท้าทาย ทุกอย่างในเรื่องเป็นจุดทดสอบของทีมงาน แต่ Key Message ของ SLR ก็อยู่ในเรื่อง ก็อยากให้สนุกกับมัน เพราะหนังก็ทำเพื่อความบันเทิงเอาใจคนที่ชอบแนวนี้ ถามว่าเรากดดันไหม ผมกับเอ็ดเป็นคนที่ไม่อยากทำหนังจากมุมของเราอย่างเดียว ในทีมต้องมีการรวมไอเดียหลากหลายเพื่อให้สำเร็จและนำพาเรื่องดี ๆ เรื่องหนึ่งไปสู่ผู้ชมให้ได้

ความโดดเด่นของ SLR

ความสยองขวัญเรามีแน่ ๆ แต่เราต้องการทำให้แตกต่างออกไปในมุมมองที่แปลกใหม่ ผมกับเอ็ดมองว่าหนังเรื่องนี้เป็นแนวความขัดแย้งภายในของมนุษย์ เป็น Psychological Thriller ไม่ได้มีแต่ Horror อย่างเดียว ก็อยากให้ทุกคนมาชมหนังเรื่องนี้ที่สนุกและน่ากลัวด้วย และอยากให้สนับสนุนหนังไทย มาดูวิสัยทัศน์ของหลาย ๆ คนที่ร่วมทำหนังเรื่องนี้กันครับ

ผู้กำกับ เอ็ด-วุฒิชัย วงศ์นภดล

ก่อนหน้านี้เคยผ่านงานกำกับภาพยนตร์มาก่อนหรือเปล่า

รวมหนัง "ก้องเกียรติ โขมศิริ" ผู้กำกับหนังผีโคตรสยอง สู่โปรดิวเซอร์ SLR

เคยกำกับภาพยนตร์ดราม่า “หลง” ทางทรู ออริจินัล ปี 2012 จากนั้นก็ไปทำงานเกี่ยวโปรดักชั่นที่เราถนัด แต่ระหว่างทางก็รู้สึกอยากทำหนัง เวลาว่างก็จะคุยกับผู้กำกับ มาร์ค-เลิศศิริ บุญมี เกี่ยวกับหนัง “SLR” มาตลอด (Cluster Creative Entertainment) ของ สสว.  จนกระทั่งมีโอกาสได้มาคุยงานกับ เอ็ม พิคเจอร์ส  ก็พัฒนาบทอยู่พักใหญ่จนในที่สุดก็ได้มาเป็น SLR

ทำไมถึงเลือกกำกับภาพยนตร์แนวสยองขวัญ

เวลาเราทำหนัง เราจะเริ่มจากไอเดียที่คลิกก่อน เราเริ่มจากความเชื่อเก่า ๆ คนโบราณจะเชื่อว่าอย่าถ่ายรูปเพราะไม่อย่างนั้นจะดูดวิญญาณไป ผมกับมาร์คก็คิดกันว่าถ้าเรามีกล้องดูดวิญญาณจริง ๆ จะเป็นอย่างไรก็เลยพัฒนาเรื่องราวมาจากจุดนั้น ในส่วนของบทปรับกันมา 6 ร่างเพื่อให้สมบูรณ์มากที่สุด

ในส่วนของนักแสดงทำไมถึงเลือก นนน-กรภัทร์,เฌอปราง,ศดานนท์ และ อ้น-นพพันธ์

ตอนแคสท์ติ้ง ฝ่ายแคสท์ติ้งส่งนักแสดงหญิงมาให้ผมหลายคนเลย หนึ่งในนั้นมี เฌอปราง ซึ่งผมและมาร์คตัดสินใจเลือกเขาเพราะรู้สึกว่าเฌอปรางสามารถเข้าถึงสิ่งที่ไม่ได้บอกในบท แต่เขาเข้าใจว่าตัวละคร “น้ำ” กำลังจะเจออะไร เขาเข้าถึงคาแร็คเตอร์ตัวละครที่เขียนไว้

ไม่คิดว่าเราจะได้เห็นในตอนแคสท์ติ้ง มีสิ่งที่ทำให้เราเซอร์ไพรส์  ในส่วนของ นนน-กรภัทร์ เราเห็นเขาในแง่มุมของความพยายาม ซึ่งมันตรงกับตัวละคร “แดน” แดนจะมีความพยายามในการเอาชนะความลำบากอะไรบางอย่างในเรื่อง นนนมีความต่อสู้ให้เราได้เห็นครับ

ศดานนท์ มาแคสท์เป็น “เกรท” และ “แดน” เขาเล่นได้ดีทั้ง 2 ตัวละครเลย  แต่เราเลือกให้เขาเป็นเกรท เพราะความ Flexible ทำให้เรารู้สึกว่าเขาสามารถเชื่อมและสนับสนุนน้ำกับแดนได้ ศดานนท์จับให้เล่นอะไร เขาเล่นได้หมด ตัวละคร “อาจารย์เอม”

รับบทโดย อ้น-นพพันธ์ ทางแคสท์ส่งทั้งผู้หญิงและผู้ชายเข้ามา ภาพแรกของเราที่วางเอาไว้คืออาจารย์ที่ภาพลักษณ์ภายนอกดูดี เห็นแล้วน่าหมั่นไส้ในทันที ซึ่งอ้นเห็นครั้งแรกเขาดูเป็นแบบนั้นด้วยคาแร็คเตอร์ที่เราให้เขาทดสอบ เราก็เลือกอ้นครับ

หลังจากร่วมงานกันนักแสดงแต่ละคนเป็นอย่างไรบ้าง

เฌอปรางเป็นคนเตรียมการบ้านทุกครั้ง เขาจะสอบถามความรู้สึกของตัวละครที่จะต้องเข้าฉากในวันต่อ ๆ ไป ในส่วนของ นนน อย่างที่บอกเราเลือกเขาจากความพยายาม เวลาเราทำงานด้วยกัน เราจะไม่แสดงตัวว่าเป็นผู้กำกับ เราจะคุยแบบเพื่อน หลอกตีสนิทด้วยการคุยเรื่องเชียร์บอล เราเชียร์กันคนละทีม

เพื่อเป็นการละลายพฤติกรรม ทำให้การทำงานของเราไหลลื่น และเขาก็ทำได้ดีในสิ่งที่เขาได้รับมอบหมาย ในส่วนของ ศดานนท์ เขาเก่งและนำเสนอสิ่งที่เราอยากจะเล่าในมุมเซอร์ไพรส์ได้ สมมติเราขอเขาไป 5 แต่เขาเล่นแบบทะยานไป 7 หรือบางทีก็ 10 เลย

มีการเล่าเรื่องให้น่าสนใจอย่างไร

ก็ต้องมีการปรับและจับจุดให้ได้ว่าจะทำให้ผู้ชมกลัวอย่างไรดี เราก็มีการศึกษาเรื่องนี้ด้วย

นิยามความหลอนของ “SLR”

เป็น “ปีศาจ” ผสม “จิตวิทยา” เราเล่นกับจิตใจของตัวละครในเรื่อง

ฉากที่ยากที่สุด

น่าจะเป็นฉากที่มี CG เรากับฝ่ายเทคนิคต้องทำการบ้านกันค่อนข้างเยอะกว่าจะได้ภาพที่เราพอใจ แต่ต้องเข้าใจในข้อจำกัดหลาย ๆ อย่างระหว่างสิ่งที่ทำได้และสิ่งที่เราต้องการ มันก็โอเคอยู่ ทีมของเรามีฝีมือด้านนี้ เขาทำได้เนียนเหมือนกัน โชคดีเราได้ทำงานกับคนเก่ง และแนะนำการถ่ายทำให้ออกมาได้ตรงกับสิ่งที่เราวาดภาพเอาไว้ในหัว

คิดว่า SLR โดดเด่นจากหนังสยองขวัญเรื่องอื่น ๆ อย่างไร

ผมคิดว่าน่าจะเป็น Starting Concept เพราะผูกกับความเชื่อเก่า ๆ ซึ่งเป็นจุดร่วมที่เข้าถึงคนไทยได้ ถามว่าหนังเรื่องนี้มีเสน่ห์ตรงไหน ผมคงบอกไม่ได้ว่ามันอยู่ตรงไหน ต้องให้คนดูเป็นคนตัดสิน แต่เรามีบทที่ตั้งใจจะทำประมาณนี้ และคิดว่าคนดูน่าจะสนุกและเข้าใจไปกับมันได้

ติดตามข่าวสารหนังเพิ่มเติม  :  รีวิวหนังภาพยนตร์