อัลเฟรด ที่เป็นมากกว่าพ่อบ้าน ชายที่คอยช่วยเหลือผู้ล้างแค้นแห่งก็อตแธมใน The Batman

the batman อัลเฟรด

อัลเฟรด ที่เป็นมากกว่าพ่อบ้าน ชายที่คอยช่วยเหลือผู้ล้างแค้นแห่งก็อตแธมใน The Batman

ในโลกของ บรูซ เวย์น ความซื่อสัตย์และการไว้ใจมาจากสิ่งเล็ก ๆ น้อย ๆ แฟนจากหนังสือการ์ตูนทุกเล่มจะรู้ดีว่าตอนแรกเขามองเห็นสิ่งนั้นจาก อัลเฟรด เพนนีเวิร์ธ คนสนิทของบรูซและเป็นเพียงคนเดียวที่รู้ตัวตนของแบทแมน อัลเฟรดต่อสู้ดิ้นรนร่วมกับบรูซเพื่อช่วยเหลือพลเมือง นอกเหนือจากการปกป้องมรดกจากตระกูลเวย์น

อัลเฟรด

สายสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างทั้งคู่จะเห็นได้ชัดเจนอีกครั้ง แพททินสันเน้นย้ำว่า อัลเฟรดเหมือนกับคนทำหน้าที่แทนพ่อ เขาไม่เคยเลือกที่จะเป็นแบบนั้น แต่เพราะเขาทำให้บรูซไว้วางใจในตัวเขาได้ เขาเป็นคนที่มีความรู้สึกหลากหลายจึงค่อนข้างคุมอารมณ์ได้ยาก ผมชอบมิตรภาพนั้นในเวอร์ชันของทอม ฮาเกนและไมเคิล คอร์เลโอเน ในเรื่อง ‘The Godfather’ เขาดูมีความเป็นพ่อแต่ก็ไม่ใช่แบบนั้นซะทีเดียว ขณะเดียวกันเขาก็เป็นที่ปรึกษาไปด้วย

อัลเฟรด

แอนดี้ เซอร์คิส เคยร่วมงานกับ รีฟส์ มาแล้วหลายครั้งต้องมารับบทสำคัญนี้ เขาเล่าว่า มันมีการตีความถึงอัลเฟรดหลายรูปแบบ แต่เราโฟกัสที่ความรู้สึกระหว่างอัลเฟรดกับบรูซ อัลเฟรดรู้สึกผิดที่รอดชีวิตมาได้ เพราะเขาเคยเป็นบอดี้การ์ดของโธมัสและมาร์ธา เวย์น ลึก ๆ แล้วเขารู้สึกว่าต้องรับผิดชอบต่อการตายของพวกเขา เขาเคยเป็นทหารที่น่าจะเคยร่วมภารกิจ MI5 หรือ MI6 และมาทำหน้าที่บอร์ดี้การ์ดให้บ้านตระกูลเวย์น เขาเป็นคนที่มีความเป็นระเบียบ พิถีพิถัน และที่สำคัญคือภูมิใจในตัวเองที่ทำภารกิจสำคัญต่างๆ ได้ เขารู้สึกเป็นผู้ชนะที่สามารถปกป้องชื่อเสียงของเจ้านายได้

อัลเฟรด

แต่มีความตึงเครียดหลายเรื่องระหว่างอัลเฟรดและบรูซที่ไม่ถูกถ่ายทอดอออกมา เซอร์คิสกล่าว “ถ้าอัลเฟรดถูกคาดหวังว่าจะต้องทำหน้าที่แทนพ่อแม่ เขาไม่ได้ถูกสร้างมาแบบนั้น เขาไม่สามารถเข้าถึงความรู้สึกนั้นได้ มันเลยมีความเศร้าเกิดขึ้นระหว่างพวกเขา และมีทางเดียวที่อัลเฟรดจะบรรเทาความรู้สึกนั้นได้ คือการสอนบรูซหลายเรื่องเกี่ยวกับกองทัพ เช่น การต่อสู้ การถอดรหัส อะไรทำนองนั้น”

อัลเฟรด

ครั้งนี้จะได้เห็นความเปลี่ยนแปลงของบรูซ เซอร์คิสเล่าว่า “ช่องว่างทางความรู้สึกระหว่างพวกเขามีมากขึ้น บรูซกายเป็นคนที่โดดเดี่ยวมาก และอัลเฟรดก็กังวลเกี่ยวกับบรูซมากขึ้นด้วย”

อัลเฟรด

เซอร์คิสดีใจที่ได้ร่วมงานกับรีฟส์อีกครั้ง เขาเล่าว่า แม็ตต์ไม่ได้เป็นแค่ผู้กำกับ ที่จินตนาการเก่ง แต่ยังถนัดเรื่องการใช้กล้องด้วย เขามีมุมมองด้านรายละเอียดและการแสดงที่ไม่ธรรมดา มันรู้สึกเหมือนเราได้สร้างหนังอย่างใกล้ชิดร่วมกับแม็ตต์ เพราะลึกๆ แล้วความรู้สึกของเนื้อเรื่องคือสิ่งที่ผลักดันแม็ตต์ในฐานะผู้สร้างภาพยนตร์ และเป็นตัวกำหนดทุกการตัดสินใจเกี่ยวกับภาพ ความรู้สึก การใช้มุมกล้อง ทุกอย่างก็เพื่อขยายความรู้สึกที่เป็นหัวใจสำคัญของเรื่อง

ติดตามข่าวสารหนังเพิ่มเติม  :  รีวิวหนัง