Free Guy

Free Guy

รีวิวหนัง Free Guy : เรื่องราวของ NPC ที่มีหัวใจในโลกวิดีโอเกม

หนังแนวแอ็คชั่นคอเมดี้ เรื่องราวของ NPC ที่มีหัวใจในโลกวิดีโอเกม

หนังแนวแอ็คชั่นคอเมดี้จากพระเอกหนุ่มอารมณ์ดี Ryan Reynolds อย่าง Free Guy ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่ ก็ได้เข้าฉายในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้ว และต้องบอกว่านี่คือหนังที่เกมส์เมอร์ไม่ควรพลาด เพราะจะฟิน และเต็มอิ่มกับมันอย่างแน่นอน

แค่พล็อตของหนังก็ทำเอาแฟนเกมส์หลายคนหันมาสนใจแล้ว เรื่องราวของ ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่ นั้น ว่าด้วยเรื่องของหนุ่มธรรมดาคนหนึ่งที่ชื่อ Guy (แสดงโดย Ryan Reynolds) เขาใช้ชีวิตแบบเดิม ๆ อยู่ทุกวันอย่างมีความสุขโดยไม่รู้ตัวเลยว่า โลกที่เขาอาศัยอยู่นั้น คือโลกภายในวิดีโอเกมส์ที่มีชื่อว่า Free City เกมส์ออนไลน์ชื่อดังที่ได้รับความนิยมอย่างมาก 

จนกระทั่งเขาได้เจอกับเพลเยอร์สาวคนหนึ่ง ที่ทำให้ชีวิตของเขาเปลี่ยนแปลงไป และเขายังรู้มาอีกว่า เจ้าของเกมส์ Free City กำลังตัดสินใจจะปิดเซิร์ฟเวอร์เกมนี้ทิ้ง เพื่อไปให้บริการตัวเกมส์ในภาค 2 ชีวิตของเขา และเพื่อน ๆ ในโลกวิดีโอเกมส์แห่งนี้กำลังจะหายไปอย่างไม่มีวันหวนกลับ Guy จึงต้องแหกกฎการเป็น NPC เพื่อช่วยกอบกู้โลกวิดีโอเกมส์ของตัวเองเอาไว้ได้

ตามปกติแล้ว หากเราเล่นวิดีโอเกมส์สักเกมส์หนึ่ง เราย่อมรู้ดีว่า NPC ภายในเกมส์นั้น เป็นปัญญาประดิษฐ์หรือ A.I. ที่ถูกสร้างขึ้นมาและปล่อยให้มันใช้ชีวิตไปตามสคริปท์ที่จะมีกิจวัตรเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ตามที่เราได้เห็นกันบ่อย ๆ ในหลายเกมส์ แต่หนังเรื่องนี้เลือกวิธีที่ค่อนข้างครีเอทีฟในการเขียนบทหนัง ทำให้เราได้มองเห็นชีวิตของ NPC ที่แตกต่างกันออกไป รวมไปถึงการตัดสินใจ และการกระทำต่าง ๆ ซึ่งในหนังมีที่มาที่ไปรองรับอยู่ แต่เราจะไม่สปอยล์ แต่เอาเป็นว่าใครที่เป็นเกมส์เมอร์ตัวยง ชอบเล่นเกมส์มาก ๆ จะว้าวกับไอเดียของบทหนังมาก แม้ว่ามันจะดูล้ำโลกเกินจริงไปหน่อย แต่สำหรับยุค 2021 นี้ ก็ไม่มีอะไรรับประกันได้ว่าอนาคตจะไม่เกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นจริง ๆ 

สำหรับบทหนังที่ทำออกมาได้ดีแล้ว การที่ตัวหนังเองก็เป็น Action Comedy ที่ได้ตัวฮาอย่าง Ryan Reynolds มาแสดง ก็ไม่ต้องสืบเลยว่าหนังจะบันเทิงขนาดไหน ขอแค่คุณเป็นแฟน Ryan Reynolds หนังเรื่องนี้ก็คุ้มค่าพอที่จะไปดูแล้ว  มันคือโลกคล้าย กับเกมส์ชื่อดังอย่าง GTA Online นั่นเอง

โลกของเกมส์ในหนังเรื่องนี้ คือเกมส์ที่มีชื่อว่า Free City ตัวเกมส์จะมีรูปแบบเป็นเกม Action Open World ที่ดูยังไงก็เป็น GTA Online แบบชัด ๆ โดยเฉพาะเงื่อนไขหลักของเกมที่ให้รางวัลกับผู้เล่นสายชั่ว ที่คอยปั่นป่วนชาวบ้าน หรือทำเรื่องไม่ดี แต่จะมอบรางวัลเพียงเล็กน้อยให้กับการทำความดี ซึ่งกลไกในโลกของเกมส์ก็ยังไปคล้ายกับ GTA Online สิ่งที่หนังนำเสนอ และหยิบมาใช้ จะทำให้เหล่าเกมส์เมอร์รู้สึกว่า นี่คือหนังออริจินัลที่ไม่จำเป็นต้องไปหยิบเอาเรื่องราวของเกมส์ใดมาสร้างให้วุ่นวาย แต่สร้างโลกของเกมส์ขึ้นมาแทนโดยใช้ระบบเกมส์ชื่อดังที่มีอยู่แล้วมาทำนั่นเอง

หลายสิ่งหลายอย่างที่เราได้เห็นในหนังนั้น เหมือนถูกทำมาเพื่อคอหนังสายเกมส์โดยเฉพาะ เพราะหลายอย่างคนดูหนังทั่วไปอาจจะไม่เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นเมนู อินเตอร์เฟส หรือความเป็นเกมส์ที่หนังใส่เข้ามา รวมไปถึง Sub Plot หรือพล็อตเรื่องในโลกของความเป็นจริงที่เล่ารถึงบริษัทผู้ผลิตเกมส์ที่พัฒนา Free City โดยมี CEO (รับบทโดย Taika Waititi) เป็นคนที่เห็นแก่เงิน  และไม่เห็นหัวนักเล่นเกมส์ คิดแต่จะกอบโกยผลประโยชน์เข้าบริษัท และเข็นเกมส์ภาคต่อออกขายทั้งที่ยังไม่พร้อม แถมชื่อบริษัทยังดูเหมือนจิกกัดค่ายเกมส์ในวงการเกมอีกด้วย โดยค่ายเกมในหนังนี้ใช้ชื่อว่า Soonami

ด้วยอะไรหลายสิ่งหลายอย่างที่เหมือนหยิบเอาทั้งเรื่องจริง และโลกของเกมส์มาเล่าผสมผสานกัน แถมยังทำออกมาได้ดีมาก ทำให้ Free Guy กลายเป็นหนังที่เหมาะสำหรับแฟนเกมส์ตัวยง แต่คนดูหนังทั่วไปก็สามารถดูได้ แต่ความอินจะลดลงมาพอ ๆ กับความไม่รู้ในเรื่องของเกมส์ แต่ภาพรวมเรายังสามารถสนุกไปกับฉากแอ็คชั่นที่สนุกใช้ได้ และความฮาของตัวนักแสดงอย่าง Ryan Reynolds เอง ส่วนฉากแอ็คชั่นก็ถือว่าทำได้ดีตามมาตรฐาน ที่หลายคนชอบก็น่าจะเป็นการควักเอาอาวุธต่าง ๆ ที่เราคุ้นเคยในเกมส์มาใช้กันบ้าง แม้จะน้อยไปหน่อยแต่ทั้งแฟนเกมส์ แฟนหนัง ฟินแน่นอน

ในด้านการแสดงก็คงไม่ต้องบอกว่า Ryan Reynolds นั้น ยอดเยี่ยมในแบบที่คาดหวังได้ แต่สำหรับตัวขโมยซีนและแสดงได้บ้าดีเดือดของแท้ก็ยังคงต้องยกนิ้วให้ทาง Taika Waititi ที่มารับบท CEO บริษัทเกมหน้าเลือดที่มาพร้อมกับความกาวแบบสุดโต่ง ทำให้ไม่แปลกใจสักนิดว่าทำไมเขาถึงทำหนังสุดจี๊ดอย่าง Thor : Ragnarok ออกมาได้ รวมไปถึงผลงานอื่น ๆ อีกด้วย

เหล่าคนดังวงการเกมร่วมรับเชิญ

ต้องบอกว่าสมแล้วที่มารับบท Deadpool ตัวละครที่ล้อเลียนอย่างอื่นเก่งมาก ๆ ใน Marvel มาเรื่องนี้ Ryan Reynolds เหมือนหยิบเอาคาแรคเตอร์ของเดดพูลมาใช้ แต่ไม่ได้ใส่ไว้ในตัวละคร Guy แต่ใส่ไว้ในหนังทั้งเรื่องแทน ใน ขอสักทีพี่จะเป็นฮีโร่ ซึ่งเราจะไม่ขอสปอยล์ว่ามีอะไรบ้าง แต่สำหรับคนที่หูไวตาไว จะได้เห็น Easter Egg และการล้อเลียนต่าง ๆ อย่างมากมายทั้งจากหนัง และเกมส์ แถมใส่มาได้ถูกจังหวะ เรียกเสียงฮาได้ตลอด รวมไปถึงนักแสดงรับเชิญพีค ๆ บางคนที่โผล่ออกมาด้วย

ท้ายที่สุด ในเมื่อหนังเล่าเรื่องเกี่ยวกับโลกของวิดีโอเกมส์ จึงเลือกที่จะไปเชิญเหล่าสตรีมเมอร์ชื่อดังเข้ามาร่วมด้วย โดยสองคนที่โด่งดังมาก ๆ คือ Ninja และ Pokimane ส่วนคนอื่น ๆ อาจจะมีเข้ามาแจมบ้าง และเหล่าดาราคนดังก็มารับเชิญด้วย แต่ส่วนมากจะมาเป็นแค่เสียงพากย์ ใครที่แยกเสียงไม่ออกหากดูเสียงต้นฉบับก็คงไม่ได้ว้าวอะไรมาก ส่วนพากย์ไทยยิ่งไม่รู้เลยว่าใครเป็นใคร

Free Guy คือหนังออริจินัลที่ใช้วงการเกมส์ และเรื่องราวเทคโนโลยีของเกมส์มาเป็นบทหลัก และทำออกมาได้ดี ถึงแม้ว่าจะล้ำยุคจนเราอาจมองว่าเป็นไปไม่ได้ แต่สำหรับบทหนังต้นฉบับที่ไม่ได้อิงจากนิยายหรือสื่อบันเทิงอื่น ๆ นี่คืออีกผลงานที่แฟนเกมส์ควรไปดูประจำปีนี้

สิ่งที่หนังทำได้ดีคือการที่เอาโลกของความเป็นเกมส์กับโลกจริงมาผสานรวมกันออกมาเป็นหนังที่เล่าได้อย่างสนุกเรื่องหนึ่ง การที่ตัวเอกมีชีวิตแบบวนลูป แล้วมาเจอนางเอกที่มาจากโลกจริงเพื่อสืบหาความจริงบางอย่าง แล้วเกิดเป็นความรักระหว่าง AI กับคน หนังพาเราไปถึงจุดที่อินกับทั้งคู่ได้อย่างดี และพอเข้าสู่ฉากแอ็คชั่น หนังก็ยิ่งทำได้อย่างสนุกสุดมันส์ ซึ่งฉากแอ็คชั่นเป็นจุดที่เรื่องนี้ทำได้ดีเอามากๆ แล้วยิ่งด้วยความเกรียนของ Ryan Reynolds ด้วยแล้ว เหมือนเราดู Deadpool เวอร์ชั่นซอฟท์แบบไม่ใส่ชุดแดง 

หนังมีการเชิญนักสตรีมเกมส์ชื่อดังมาร่วมแสดงหลายคนอยู่ แต่อย่างที่บอกว่า ถ้าเราไม่ใช่คอเกมส์ เราจะไม่อินและไม่รู้จักคนเหล่านี้เลย ผมเองก็ไม่รู้จัก แต่ในข้อมูลคือคนเหล่านั้นเป็นนักสตรีมเกมที่ดังเอามากๆ ซึ่งมันต้องอินจริง ๆ ถึงจะรู้สึกสนุกแบบถึงจุดสุดยอด

เอาเป็นว่าเท่าที่ผมดูกระแส ก็อย่างที่บอก คนที่เป็นคอเกมส์จะบอกว่าหนังเรื่องนี้ให้รสชาติกับคอเกมส์ได้อย่างถึงพริกถึงขิง แต่ส่วนคอหนังอย่างผมที่ไม่ได้อินกับการเล่นเกมส์ ก็จะบอกว่า นี่ก็คือหนังแอ็คชั่นที่ให้ความเป็นโลกของเกมส์เข้ามาผสมกันแล้วสนุกเรื่องหนึ่ง แต่ไม่ถึงกับเลิฟหนังเรื่องนี้เท่าไหร่นัก

ติดตามรีวิวหนังเพิ่มเติรีวิวหนัง